บทความ

คดีเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา และร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา

28/10/2021
4423

Highlight


  • “ข้อบังคับการประชุมสภา” เป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ
  • ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยว่า “ร่างข้อบังคับการประชุมสภา” ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง


  • รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 149
  • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (8)

 

           ในการบริหารราชการแผ่นดินนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องมีเงินมาใช้จ่ายสำหรับการจัดทำบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน โดยรัฐบาลต้องจัดทำงบประมาณในรูปของ “ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย” เสนอให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะเงินไปใช้ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติหลักเกณฑ์ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเอาไว้ โดยมีข้อห้ามประการหนึ่งว่า “ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะกรรมาธิการ การเสนอ การแปรญัตติหรือการกระทำด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาหรือกรรมาธิการมีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้”


           “หลักการห้ามฝ่ายนิติบัญญัติกระทำการที่มีผลให้ตนเข้าไปมีส่วนในการใช้งบประมาณรายจ่าย” นั้น มีขึ้นเพื่อต้องการยกเลิก “งบพัฒนาจังหวัด” หรือ “งบ ส.ส.” ซึ่งปรากฏขึ้นในช่วงทศวรรษ 2510 โดยในเวลานั้นมีแนวคิดที่ให้ ส.ส. ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อนำไปพัฒนาจังหวัดของตน เนื่องจากมองว่า ส.ส. เป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่และใกล้ชิดกับประชาชน ตลอดจนมีผู้เข้ามาร้องเรียนให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ จึงเริ่มมีการแปรญัตติเพื่อกันเงินส่วนหนึ่งให้ไปอยู่ในอำนาจของ ส.ส. ที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาของประชาชนได้โดยตรง

           รัฐสภาเป็นองค์กรซึ่งมีหน้าที่ในการตรากฎหมายและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ปัจจุบันรัฐสภาของไทยเป็นระบบสองสภา (Bicameral System) ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ทั้งนี้ โดยที่รัฐสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนมาก การปฏิบัติหน้าที่จึงไม่อาจทำโดยสมาชิกคนใดคนหนึ่ง แต่การตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ต้องทำผ่านการประชุมและมีมติ ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องมี “ข้อบังคับการประชุม” เพื่อกำหนดกติกาและวิธีการทำงานของสภาในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้การประชุมของสภาดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีระเบียบ

           ข้อบังคับการประชุมเป็นกฎหมายที่รัฐสภาเป็นผู้ตราขึ้นเอง แต่โดยที่หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประชุมบางเรื่องได้รับการบัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว เช่น การเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ เป็นต้น ในกรณีเช่นนี้ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะตราข้อบังคับการประชุมกำหนดเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ หากมีกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้อบังคับการประชุมสภาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ก็สามารถส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

           การยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของข้อบังคับการประชุมสภา มีหลักเกณฑ์ที่สำคัญ 3 ประการ ดังนี้

           1) การตรวจสอบข้อบังคับการประชุมสภาเป็น “การตรวจสอบก่อนประกาศใช้” เท่านั้น โดยจะส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบได้ก็ต่อเมื่อสภาให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับการประชุมแล้ว แต่ต้องก่อนที่จะมีการนำร่างข้อบังคับการประชุมไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา

           2) ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ คือ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และประธานรัฐสภา โดยแยกได้เป็น 3 กรณี ดังนี้
  • กรณีที่ 1 การตรวจสอบ “ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ต้องเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ แล้วเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
  • กรณีที่ 2 การตรวจสอบ “ร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา” สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ต้องเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ แล้วเสนอความเห็นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
  • กรณีที่ 3 การตรวจสอบ “ร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ต้องเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ แล้วเสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภาเพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
           3) ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างข้อบังคับการประชุมสภาได้ทั้งในมิติของ “กระบวนการตรา” และ “เนื้อหา” โดยในแง่กระบวนการตรา (Process) เป็นการตรวจสอบว่าร่างข้อบังคับการประชุมตราขึ้นโดยถูกต้องตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ร่างข้อบังคับการประชุมตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ร่างข้อบังคับนั้นก็จะตกไปทั้งฉบับ สำหรับในแง่เนื้อหา (Content) จะเป็นการตรวจสอบว่าร่างข้อบังคับการประชุมมีข้อความขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ร่างข้อบังคับการประชุมมีข้อความขัดต่อรัฐธรรมนูญ และข้อความนั้นเป็นสาระสำคัญ ร่างข้อบังคับดังกล่าวก็จะตกไปทั้งฉบับ แต่หากข้อความที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้นไม่เป็นสาระสำคัญ ก็จะตกไปเฉพาะข้อความที่ขัดรัฐธรรมนูญ และสามารถนำร่างข้อบังคับไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้

 

More Information






 
Back to top